Archive for ตุลาคม, 2007

ในที่สุดก็ได้กลับบ้านพักรบหลังจากส่งงาน phase1 ได้แบบหายใจไม่ทั่วท้องทำงานยี่สิบชั่วโมงสี่ห้าวันติดกันจนแทบจะเอาวิญญาณมาเผา เป็นพลังงาน สุดท้ายก็ผ่านไปได้พอดีกับสัญญาจ้างหมดพอดีเลยแว๊บหนีกลับมาได้แต่ไม่รู้จะโดนลากกลับมาเมื่อไหร่
ขึ้นเครื่องได้สั่งไวน์มาฉลองซะ จนพนักงานต้อนรับถามว่าเปลี่ยนเป็นแก้วใหญ่ไหมค่ะอิๆๆๆๆ
วันสุดท้ายก่อนกลับคือวันเสาร์นั่งคุยกันแบบไม่มีงานก็คุยกับเพื่อนๆที่โน่นเรื่องเที่ยวเรื่องโน่นเรื่องนี้สุดท้ายไปลงเรื่อง Rugby อ่ะๆๆๆๆๆๆโดนเพราะที่โน่นมีคนบ้า rugby เยอะพอสมควรและทุกคนไม่เชียร์อังกฤษซะด้วย มีผมคนเดียวที่เชียร์เพราะชอบมวยรอง เพราะรอบแรกอังกฤษแพ้แอฟฟริกาใต้ไป 0-36 หมดสภาพแชมป์เก่าพบกันครานี้เลยขอเชียร์หน่อยและผลออกมาไม่พลิกเหมือนครั้งที่แล้วที่แผ่นดินออสเตรเลียแทบแตกเพราะแพ้คาบ้าน
ต่อมาคืนวันอาทิตย์ F1 ซึ่งปีนี้คึกคักเพราะมีข่าวอื้อฉาวโปรโมทไม่แพ้ เข็ม-เมย์-หนุ่ม แหม่การตลาดด้านอื้อฉาวนี่มันขายได้ดีจริงๆ F1 ปีนี้แฮลมิลตันเด็กน้อยอังกฤษเข้ามาแข่งปีแรกทำคะแนนนำโด่งจนมาว่าวที่เมืองจีนขับผิดท่าแหกโค้งออกซะงั้นทำให้แทนที่จะได้แชมป์สบายๆ เลยต้องลุ้นถึงสนามสุดท้ายแล้วไอ้เพื่อนร่วมทีมก็ไม่ได้เป็นมิตรกันเลยแข่งกันชิงดีชิงเด่นเพราะน้อยใจที่ทีมเอาใจแฮมมิลตันมากออกนอกหน้าเพราะเป็นทีมอังกฤษเหมือนนักขับ
นั่งอ่านแผนการขับของทีมต่างๆระทึกดีครับเพราะเพิ่งรู้ว่าต้องกำหนดทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเกียร์ ความเร็วมุมในการเข้าโค้งและรถจะถูกโมให้ไม่เหมือนกันเลยในแต่ละสนามแผนการขับก็สำคัญเช่นทีมferrari เห็นได้ชัดตอนออกตัวที่กันกันสุดขีดให้ทีมตัวเองนำและคนที่ขับกันต้องขับเหมือนเป็นโล่ให้เพื่อนร่วมทีมทิ้งให้ขาดๆ ส่วนทีมนายแฮลมิลตัลก็ปาดกันเองซะ และไอ้การไม่มี team work เนี่ยทำให้Raikkonen ที่ดูเหมือนจะเป็นคนที่มีโอกาสน้อยมากๆเป็นตาอยู่เอาแชมป์ไปซะ ดูผลจากหน้าเวบแล้วเสียใจแทนแฮลมิลตันและเพื่อนมากเศร้าอย่างกะตกรอบ AF เลย


อันนรี้ไร้สาระครับฉลองครบ 1,000 ผนวกกับหมดมุข


กลับมารอบสองครบเจ็ดวันอีกทีตอนนี้เหลียวซ้ายแลขวาเหลือแต่กระเหรี่ยงไทยสี่ตัว เหงาเสียจริงนี่เราชักจะมองไอ้ที่นอนห้องเดียวกันสวยซะแล้วซิ เมื่อก่อนมาแรกๆนอนไม่ค่อยหลับเพราะเสียงกรนมัน ตอนนี้ชักชิน เพราะเราก็กรนแข่งกับมัน ผสมไปมาได้โอเปร่าหมายเลขที่โลกอยากลืมวันไหนใครเดินผ่านห้องตอนใกล้ๆเช้าท่าทางจะตกใจว่าไอ้สองตัวนี้มันเล่นเครื่องดนตรีอะไรของมัน
เพิ่งรู้เหมือนกันว่ากรนเป็นเรื่องไม่ดีเพราะสมองขาดอากาศเพราะน้ำหนักตัวมากเกินไปทำให้ มีอะไรสักอย่างไปขัดทางเดินหายใจทำให้ตื่นมามึนๆ ไม่สดชื่นดังนั้นเราควรออกกำลังกายกัน
ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มลงตัวเพราะเราได้ค้นพบ super market แล้วกระเหรี่ยงไทยเลยขนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเข้าไปตุนไว้เพียบรวมทั้งผลไม้นานาชนิดนี่ถ้าอยู่ต่ออีกหน่อยเราจะซื้อหม้อหุงข้าว กระทะ ซะให้สะใจเพราะเบื่ออาหารโรงแรมมากมันทำได้เหมือนกันทุกวันกินจนหมดมุขแล้ว ผสมจนได้อาหารใหม่ออกมาทุกวันจนไม่รู้จะผสมอะไรแล้วแต่สิ่งที่ได้มาอีกอย่างคือการกินกลางคืนสามมื้อเพราะช่วงถือศีลอดเราไม่ได้กินข้าวกลางวันเค้ากินกลางคืนสามเราก็เข้าเมืองตาหลิ่วก็ซัดตามเค้า พอหมดช่วง มันเกิดอาการติด ตีสามต้องลุกมาต้มบะหมี่กินกันซะงั้น

คิดถึง สยามบันเทิง


วันอาทิตย์ขอนอนสักครึ่งวันเพราะอัดกันมาหลายวัน แถมเมื่อวานดันทะลึ่งไปทำงานช่วงวันหยุดยาวผลก็คือไม่มี taxi กลับโรงแรมรอประมาณสองชั่วโมงก็ยังไม่มีเพื่อนที่ทำงานเลยซวย ต้องขับรถมาส่งที่ 1 utama  เลยได้ทีไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาตุนไว้ เพราะคิดว่าอีกสองวันนี้คงไม่ออกไปไหนแน่ๆ ขากลับรอรถอีกชั่วโมงนึง โอย ประเทศเรา taxi วิ่งเกลื่อนเมืองน่าจะแบ่งมาวิ่งแถวนี้บ้างนะ
ขอพาไปเที่ยวศูนย์ราชการใหม่ของที่นี่หน่อยเพราะได้ไปมาสองวัน ไปนอนในนั้นด้วยเท่จริงๆเพราะต้องไปส่งงานในนั้นศูนย์กลางนี้ชื่อ Putrajaya เป็นแนวคิดของท่านนายกมาเลคนก่อนที่จะย้ายเอาข้าราชการทั้งหมดมารวมกันไว้ที่เดียว เพื่อความสะดวกสบายในการทำงานโดยสถานที่ตั้งอยู่ห่างจาก KLCC ประมาณครึ่งชั่วโมง การเดินทางค่อนข้างสะดวกถนนดีมากใครที่ไม่มีรถก็ไปได้ด้วยรถเมล์หรือรถไฟ แต่รถเมล์จะลำบากหน่อยเพราะจะไม่ค่อยต่อเนื่อง
การออกแบบเมืองนี้เน้นที่ความเป็นธรรมชาติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสวยงามโดยตัวเมืองจะมีทะเลสาปขนาดใหญ่พาดกลางตั้งแต่บนสุดลงมาล่างสุดและที่ทำงานต่างๆจะตั้งข้างๆทะเลสาป สวยมากการออกแบบเน้นเป็น malasion architecture design ก็คงเดากันได้ว่าจะออกแนวแขกๆหน่อย ทุกอาคารอลังการงานสร้างมากไม่รู้ลงทุนไปเท่าไหร่ ผมเองเห็นไม่กี่ตึกเพราะวันแรกไปถึงเกินห้าโมงครึ่งเลยโดนแบนไม่ให้เข้าเพราะเป็นชาวต่างชาติ แถมขาไปก็หลับตลอดทางขากลับก็หลับแถมอีก
วันถัดมาตื่นแต่เช้าไปตั้งแต่แปดโมง เลยได้เก็บรายละเอียดเยอะหน่อยโดยตึกที่ได้เข้าไปทำงานคือตึก Pardana Putra หรือขอแปลว่าสำนักนายกรัฐมนตรีตึกนี้สวยที่สุดและใหญ่มาก
PARDANA PUTRA
ตัวตึกเป็นหินอ่อนแกะลวดลายมาเลทั้งตึกดูแปลกตาดี แต่ขนาดนี่ใหญ่มากๆ มีส่วนประกอบหลักของส่วนคือส่วนตึกวงนอกกับตัวตึกกลาง

ข้างในวกวนเหมือนเขาวงกตหาทางเข้าทางออกลำบากหน่อยเพราะไม่ชินกับการวางผังตึกที่นี่ไม่เหมือนบ้านเรานิ เลยเดายากว่าอะไรอยู่ตรงไหนส่วนห้องที่ผมไปนอนก็คือห้องทางปีกซ้ายล่าง ทรมานมากเพราะหนาวและหิว หาของกินยากเพราะดันเป็นช่วงถือศีลอดและในนี้ไม่มี seven งิๆๆๆๆเลยโดนอัดไก่ตลอดไอ้เราก็กินไม่ได้ ยกไก่ไปแลกกับมันฝรั่งทอดและดูน้องกินไก่ตาปริบๆ
ศูนย์ราชการถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นึงของที่นี่เลยเพราะตึกสวยสามารถล่องเรือชมรอบบริเวณได้ตกกลางคืนยิ่งสวยเพราะแต่ละตึกจะเปิดไฟส่องซะสวย โดยเฉพาะสะพานทางเข้า ทำให้คิดไปไกลว่าเมื่อไหร่บ้านเราจะได้มีแบบนี้กับเค้าบ้าง


เมื่อวานเป็นวันออกศีลอดของที่นี่ถือเป็นวันหยุดยาวของที่นี่ทำให้คนส่วนมากที่นี่จะทำงานครึ่งวัน ช่วงบ่ายก็จะเดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอนกัน ทีมอินโดเดินทางกลับไปก่อนหลายวันแล้ว อินเดียหมดสัญญากลับแล้วเหมือนกัน ส่วนชาวมาเลก็มานั่งเล่นพอเที่ยงครึ่งหายตัวอย่างกะนินจา หันมองไปมาเหลือแต่กระเหรี่ยงไทยสี่ตัวนั่งทำงาน งกๆๆๆๆๆๆๆ กำ
เลยต้องพาไปปลอบใจหน่อยหลังเลิกงานที่ถือเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์คือหกโมงครึ่งเริ่มด้วยการไปกินอาหารพื้นถิ่นอีกอย่างที่นี่คือ สะเต๊ะประทับใจมากเพราะมันเอาเราไปปล่อยไว้ ที่ uptown shopping center เราเลยลุยร้ายสะเต๊ะเองง ที่โดนแน่ๆคือบริกรที่ไม่สนโลกนั่งไปสิบนาทีมันยังไม่มาจด order เลย ขอ menu ได้มาโอ่สสสสสส ซวยละภาษามาเลทำไงดีรู้อย่างเดียวว่า ayum แปลว่าไก่แต่ตูดันกินไก่มากไม่ได้เพราะเป็นโรคเก๊าบวกกับภาษาอังกฤษของบริกรร้านสะเต๊ะก็ไม่ดี เท่าที่ควรเลยตัดสินใจวัดดวงเอามาหมดเลยแปดอย่างที่มีใน menu มาอย่างละสี่ไม้รวม 32 ไม้ ลุ้น
รอไปอีกครึ่งชั่วโมงได้เครื่องเคียงมาเป็นแตงกวากับอะไรไม่รู้เหมือนข้าวอัดแท่งแล้วหั่นมาเป็นก้อนๆ พร้อมน้ำจิ้มสะเต๊ะชามเท่าก๊วยเตี๋ยวพร้อมถ้วยแบ่ง เอ่าลองดูจัดแจงแบ่งน้ำจิ้มเอาข้าวก้อนมาจิ้มๆกินกันตายไปก่อน
และแล้วสะเต๊ะเราก็มากินหมดภายในห้านาที นึกได้โอ๊ยเสียใจ ตอนแรกกะว่าจะเหลือไม้ที่อร่อยไว้เป็นตัวอย่างหนึ่งไม้ เพราะจะไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร แต่ความหิวทำให้ไม่มีสติ รู้ตัวอีกทีเหลือแต่ไม้ กำ
หลังจากอิ่มก็ออกมารอ taxi ประเทศนี้ taxi น้อยมากและเก่ามากรอ taxi อยู่หนึ่งชั่วโมงกว่าจะได้และได้มาเพราะความด้านนิดๆ อย่าให้เล่าเลย
เอาของมาเก็บที่โรงแรมออกไปดูแสงสีหน่อยดีไหม ไปที่แรก Bangsa อันนี้ข้างนอกดูดีเหมือนแต่ไหนวะ ร้านเหล้า เจอร้านนึงเป็นเหมือน Irish pub เข้าไปอย่างแก่ไม่มีสายเดี่ยวเลยกำ แต่ไม่มีทางเลือกอัดไปสองเหยือก ย้ายดีก่าเก็บตังโดนไป 100 [...]


เมื่อหลายวันก่อนเซลล์บริษัทนายจ้างแวะมาเลี้ยงข้าวที่โรงแรมพอดีวันนั้นเพื่อนร่วมงานไปกินข้าวเช้ามื้อแรกตอนสองทุ่มและไม่กลับมาทำงานเลยโดนพาไป sign seeing รอบ KLCC กระเหรี่ยงไทยเลยได้ไปชมตึกแฝดแหม่มันงามเสียจริง

KLCC_ONE
KLCC_TWO
KLCC_THREE

ชื่นมื่นก่อนผ่อนทีหลังทำงานหัวฟู


จั่วหัวแบบนี้เพราะได้มาสัมผัสการทำงานแบบทีมรวมดาราโลกครังแรกเพราะทีมนี้ประกอบไปด้วยพนักงานที่โดนเรียกตัวเร่งด่วนมาจากหลายประเทศรวมทั้งสยามประเทศด้วย นอกจากนี้ยังมีอินเดีย อินโด มาเล สิงคโปร์โดยทีมหลักเป็นมาเล ที่เหลือจะเป็นประเภท “I was put in this project on the last minute” ทั้งสิ้น
การทำงานแบบนี้ทำให้เรารู้ว่าจริงๆแล้วเราก็ไม่ได้ล้าหลังเรื่องฝีมือการทำงานนะครับคนไทยสู้ได้ทุกชาติ แต่เราอาจจะออกแนวศิลปินมากไปหน่อยในบางครั้งทำให้ทำงานเป็นทีมสู้เพื่อนบ้านไม่ได้
ส่วนการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานต่างชาติก็มีปัญหาบ้างในช่วงแรกๆเพราะต้องปรับตัวเรื่องของการสื่อสารเยอะเพราะวุ้นแปลภาษาโดนดองไว้นานและอีกอย่างสำเนียงของแต่ละประเทศก็โอ้โหโดยเฉพาะอินเดีย ผมฟังกี่วันก็ไม่เข้าใจ ทั้งพูดเร็วและพูดในจากงึมงำๆตลอดหลังๆเวลาสั่งงานมันต้องร่าง code เอาแล้วคุยกันผ่าน msn ไม่เดินไปคุยเพราะกูฟังมึงไม่รู้เรื่อง ส่วนอินโด มาเล สิง นี่แนวเดียวกันฟังง่ายหน่อย ส่วนเรื่องอื่นๆไม่ค่อยมีปัญหานอกจากเรื่องกินเพราะที่นี่กินแต่เนื้อหาผักกินยากจัง อาหารการกินเน้นเนื้อทุกเนื้อยกเว้นไก่เพราะบริษัทที่ผมมาทำงานเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นเป็นคนมาเลย์ดังนั้นทุกวันอาหารที่เลี้ยงจะเป็นอาหารมาเลย์จ๋าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆกินหลังๆเลยต้องอาศัยซื้อลูกพรุนมากินเพื่อให้มีเส้นใยบ้างเพราะอาหารเค้าจะเผ็ดคนละแบบกับเราของเราเผ็ดที่ปาก ส่วนที่นี่จะเผ็ดในท้องกับบริเวณทางออก ถ้าวันไหนไม่ได้กินผัก โอ้โหอย่าให้ said
หลังจากส่งงานงวดแรกไปแบบกล้อมแกล้มก็มีเวลาว่างครึ่งวันก็เลยชวนน้องไปเดินห้างที่นี่ ผมว่าห้างดีๆที่นี่ยังสู้ Lotus บ้านเราไม่ได้เลยหรือส่วนที่ผมอยู่มันบ้านนอกมากก็ไม่รู้เอาเป็นว่าห้างแรกไม่เข้าตา ต้องรอแก้มือห้างในเมืองวันหลังละกันเดินไปได้สักพักก็ขึ้นไปชมหน้าผาจำลองที่เกริ่นไว้ตอนที่แล้วโอ่สสสสสสสสสสสสสส
climbTwo
climbOne
และอย่างสุดท้ายคือคิดถึงเมียและแม่มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (เดี๋ยวพี่ป๊อกด่า )